กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Department of Water Resources
Advance Search
ชื่อเรื่อง
ย้อนหลัง
1 เดือน
3 เดือน
6 เดือน
1 ปี
ประเภท
ข่าว
บทความ
จัดซื้อ-จัดจ้าง
หน่วยงาน
ชื่อหน่วยงาน
ล้างทั้งหมด
เลือกทั้งหมด
ส่วนกลาง
สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรน้ำ
สำนักวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา
สำนักส่งเสริมและประสานมวลชน
สำนักพัฒนาแหล่งน้ำ
สำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ
สำนักบริหารจัดการน้ำ
สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
กลุ่มงานนิติการ
กลุ่มตรวจสอบภายใน
สำนักผู้ตรวจราชการกรม
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 5
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9
สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 10
สำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำโขง
หน้าหลัก
กรมทรัพยากรน้ำ
ประวัติ
วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
นโยบาย / ยุทธศาสตร์
โครงสร้างส่วนราชการ
อำนาจและหน้าที่
ผู้บริหาร
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศรับสมัคร
อบรม / สัมมนา
จัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
วิชาการ
ข้อมูลองค์ความรู้
งานวิจัย
กฏหมาย
ระเบียบข้อบังคับ
Link หน่วยงาน
หน่วยงานภายใน
หน่วยงานอื่นๆ
กระทรวง
สมาคม
สถานการณ์น้ำ
สถานการณ์น้ำ
รายงานสถานการณ์สถานีโทรมาตร
รายงานระดับน้ำ CCTV
ข่าวน้ำรายสัปดาห์
การบริหารจัดการภัยแล้ง
สถานการณ์น้ำฉบับเสนอ ครม.
เอกสาร
รายงานการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ ๒๔ ชั่วโมง
รายงานสถานการณ์น้ำในรอบสัปดาห์ (วันที่ ๒๑ - ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔)
ศูนย์เมขลา
ระบบเตือนภัย น้ำท่วม - ดินถล่ม
ระบบติดตามพื้นที่เสี่ยงภัย
ศูนย์ข้อมูลและองค์ความรู้ทรัพยากรน้ำ
สถานีสำรวจอุทก - อุตุนิยมวิทยา
ข้อมูลอุทกวิทยา
ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
เรดาห์ตรวจอากาศ
รายงานอากาศประจำวัน
โครงการบริหารจัดการแบบบูรณาการลุ่มน้ำบางปะกง
ศูนย์ข่าวและเตือนภัยสิ่งแวดล้อม
หน่วยงานด้านน้ำ
ระบบสารสนเทศ
แผนผังเว็บไซต์
ติดต่อเรา
Home
ข่าว
»
ข่าวประชาสัมพันธ์
» 22 มีนาคม วันน้ำของโลก World Water Day
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศรับสมัคร
อบรม / สัมมนา
จัดซื้อจัดจ้าง
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวประชาสัมพันธ์ :
22 มีนาคม วันน้ำของโลก World Water Day
ข่าวเด่น
วันน้ำของโลก
มีนาคม พ.ศ.2554
22 มีนาคม
วันน้ำของโลก
World Water Day
วันน้ำของโลก (
World Day for Water หรือชื่อที่ไม่เป็นทางการคือ World Water Day) ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น ในปี ค.ศ.1992 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น "วันน้ำของโลก" หรือ "World Day for Water" เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก
อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวล มนุษยชาติ ในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมสหประชาชาติปี
1992 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า Agenda 21 จัดโดยองค์การน้ำแห่งสหประชาชาติ
(
UN Water) ซึ่งในแต่ละปีจะมีหน่วยงาน ในสังกัดองค์การสหประชาชาติรับผิดชอบในการร่วมจัดงาน
ความเป็นมา
จากการที่น้ำจืดของโลกขาดแคลนมากขึ้น ในปี
พ.ศ.
2535
สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันน้ำของโลก” หรือ “World Day for Water” โดยเริ่มต้นในปี 2536 เป็นปีแรก และชักชวนให้ประเทศต่างรับเป็นวันสิ่งแวดล้อมของชาติ เพื่อระลึกถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ ช่วยกันดูแล บำรุงรักษา การพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำจืดอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต ตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมสหประชาชาติปี 2535 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือที่เรียกกันว่า Agenda 21
การจัดกิจกรรมการประชุมระหว่างประเทศ
มีการจัดกิจกรรมการประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยเรื่องน้ำของโลกขึ้นที่ประเทศ ต่างๆ ดังนี้
ครั้งที่ 1: ปี 2540 ณ ประเทศโมร็อกโก
ครั้งที่
2: ปี 2543 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
ครั้งที่
3: ปี 2546 ณ ประเทศญี่ปุ่น
ในการประชุมหนแรกนั้น ผู้เข้าประชุมได้ร่วมกำหนด
"หลักจริยธรรมในการใช้น้ำครั้งใหม่"เพื่อต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนน้ำโลกดัง นั้น การประชุมน้ำโลกในครั้งที่สองจึงเป็นการสานต่องานที่ทำค้างไว้ โดยจะมีการผลักดัน "แผนปฏิบัติการ" สำหรับน้ำในอีก 25 ปีข้างหน้า เพื่อทำให้ชาวโลกมีน้ำสะอาดไว้ดื่มกิน ชำระร่างกาย และทำการเกษตรอย่างทั่วถึงในปี 2568 ผู้รับหน้าที่ทำงาน คือ "คณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยน้ำสำหรับศตวรรษที่ 21" ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส คณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งเป้าหมายว่า จะเพิ่มการลงทุนในการจัดหาน้ำทั่วโลกขึ้นเป็นปีละ 180,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย นายโคฟี อันนาน เลขาธิการสหประชาชาติได้มีสารเนื่องในวันน้ำโลก โดยย้ำว่า "น้ำสะอาดเป็นสิ่งพิเศษ ในศตวรรษใหม่นี้ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถผลิตน้ำได้ น้ำจึงไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ หรือทดแทนได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเห็นคุณค่าของน้ำและรักษาทรัพยากรนี้ไว้ " เลขาธิการยูเอนยังได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้คนจนและคนรวยได้รับน้ำอย่างเท่าเทียมกัน ในราคาที่หาซื้อได้ และว่าสิ่งท้าทายของมนุษยชาติก็คือ การจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์น้ำ คุณภาพของน้ำ และปริมาณน้ำ ซึ่ง "สตรีเพศ" ในฐานะผู้จัดการครอบครัวจะต้องมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ นอกจากนี้จะต้องมีการสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นทั่วโลกว่า น้ำเป็นสิ่งสำคัญ และมีบทบาทในการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้นชาวโลกต้องยกระดับความรู้ในเรื่องการหมุนเวียนนำน้ำมาใช้ใหม่ และการเพิ่มสมรรถวิสัยต่อการจัดการทรัพยากรน้ำที่หายากนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะบรรลุผลได้ด้วยการดึงสติปัญญาของมนุษย์ออกมมาใช้ และส่งเสริมวัฒนธรรมการอนุรักษ์น้ำ ตลอดจนการ "ปฏิวัติสีน้ำเงิน"
นโยบายการจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน
องค์การสหประชาชาติยังได้กำหนดนโยบายการจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน
5 ประการ
ได้แก่
1. การจัดการให้พื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำมากที่แตกต่างกันได้มีโอกาสใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน
2. การอนุรักษ์แหล่งน้ำ โดยพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อแหล่งน้ำ
3. การควบคุมดูแลการใช้น้ำจากแหล่งต้นน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณการใช้น้ำของแหล่งปลายน้ำ
4. การจัดการกับปัจจัยอื่นๆ โดยดูแลปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
5. การจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสม
หน่วยงานของสหประชาชาติ
2 แห่ง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องน้ำโดยตรง คือ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก้) กับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสเคป) ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั่วโลก ซึ่งน่าสนใจและมีหลายเรื่องที่คนทั่วยังไม่รู้และนึกไม่ถึง กล่าวคือ ยูเนสโกและเอสเคประบุว่า
พื้นผิวโลก
2 ใน 3 ปกคลุมด้วยน้ำแต่เป็น " น้ำเค็ม " จากทะเลและมหาสมุทรทั้งหมด ส่วน " น้ำจืด " ซึ่งจำเป็นต่อการยังชีพของมนุษย์นั้น ครอบคลุมเพียงร้อยละ 1 ของผิวโลกเท่านั้น แต่ " แหล่งน้ำจืด " ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณขั้วโลกเหนือ,ใต้และธารน้ำแข็ง หรือซึมอยู่ใต้ผิวดินลึก จนมนุษย์ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนแหล่งน้ำจืดที่ใช้ได้จริงๆมีเพียงร้อยละ 0.25 เท่านั้น
ซึ่งส่วนใหญ่หาได้จากแม่น้ำ ทะเลสาบ และแหล่งน้ำใต้ดิน แหล่งน้ำจืดเพียงน้อยนิดนี้เองที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงชีวิตพลโลกกว่า 6,000ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่เพียงพอ ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำของมนุษย์กลับมีมากขึ้นทุกวัน และมีการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างฟุ่มเฟือย ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของน้ำจืด จนตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง
ในการประชุมครั้งที่
3 ณ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทยได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวร่วมกับประเทศ อื่นๆ อีกประมาณ 200 ประเทศ การประชุมครั้งนี้ รัฐบาลไทยจะมีส่วนร่วมที่สำคัญในการประชุม 3 ประการได้แก่
1. การเสนอรายงานโครงการประเมินสถานการณ์น้ำของโลกในส่วนของประเทศไทยกรณี ศึกษาการพัฒนาและบริหารลุ่มน้ำเจ้าพระยา
2. การเสนอแผนปฏิบัติการทรัพยากรน้ำ ของประเทศไทย
3. การประชุมและจัดทำแถลงการณ์ร่วมระดับรัฐมนตรี
ในการ ประชุมระดับโลกทุกครั้งที่ผ่านมา สถาบันการจัดการน้ำระหว่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่มีบทบาท เป็นผู้สนับสนุนการประชุมดังกล่าว อาทิเช่น
World Water Council (WWC), Clobal Water Partnership (GWP) และธนาคารโลก ต่างใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอทิศทางหรือการจัดทรัพยากรน้ำและการแบ่งปันผล ประโยชน์ (Water Resources Management and Benefit Sharing) โดยมีประเด็นใจกลาง 4 ประเด็น ได้แก่ หุ้นส่วนระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน
(
Public Private Partnership), เขื่อนกับการพัฒนา (Dam and Development Partnership), ค่าคืนทุน (Cost Recovery), การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (Integrated Water Resources Management) ซึ่งสรุปในแต่ละประเด็นได้ดังนี้ การแปรรูปกิจการประปาหรือระบบชลประทานของรัฐ (Privatization) ภายใต้แนวทาง ที่เรียกว่า Public Private Partnership (PPP) ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกผลักดันจากการประชุมระดับนานาชาติมาก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การประชุมเรื่องน้ำจืดโลกที่กรุงบอร์น เดือนธันวาคม 2544 หรือ การประชุมที่โจฮันเนสเบิร์ก แนวทางเช่นนี้ถูกใช้เพื่อรองรับความชอบธรรมให้บริษัทข้ามชาติด้านกิจการน้ำ ประปาเข้ามา ลงทุนหรือรับสัมปทานในประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย ซึ่งในหลายประเทศได้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมสูงมาก เช่น ประเทศโบลิเวีย แนวความคิดในเรื่องการคิดค่าคืนทุนระบบชลประทานหรือระบบการลงทุนด้านการจัด หาน้ำเพื่อเป็นหลักประกันให้กับบริษัทที่มาลงทุนในแต่ละประเทศ และการส่งเสริมระบบการค้าเสรีของโลก การส่งเสริมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบของเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเพื่อการบรรเทาน้ำท่วม ซึ่งผลักดันโดย UNDP ได้จัดทำโครงการ Dam and Development Partnership และ World Commission on Dam (WCD) การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ หรือ Integrated Water Resources Management (IWMI) โดยมีแนวทางให้เกิดองค์กรระดับลุ่มน้ำ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด (โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ)
คำขวัญวันน้ำของโลก
ปี
2537 : " การดูแลน้ำของเราเป็นหน้าที่ของทุก ๆ คน" ( Caring of our water is everyone business )
ปี
2538 : "สตรีและน้ำ" ( Woman and Water )
ปี
2539 : "น้ำสำหรับเมืองที่กระหาย" ( Water for Thirsty Cities )
ปี
2540 : "น้ำของโลก-มีพอไหม" ( The World''s Water ; Is There Enough? )
ปี
2541 : "น้ำในดิน-ทรัพยากรที่มองไม่เห็น" ( Groundwater-the Invisible Resource )
ปี
2542 : "ชีวิตมนุษย์ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำ"( Everyone Lives Downstream )
ปี
2543 : "น้ำสำหรับศตวรรษที่ 21" ( Water for the 21st Century )
ปี
2544 : "น้ำและสุขภาพ" ( Water and Health )
ปี
2545 : "น้ำสำหรับการพัฒนา" ( Water for Development )
ปี
2546 : "น้ำสำหรับอนาคต" (Water for the Future)
ปี
2547 : "น้ำและหายนะ" (Water and Disasters)
ปี
2548 : "น้ำเพื่อชีวิต" (Water for Life)
ปี
2549 : "น้ำและวัฒนธรรม" (Water and Culture )
ปี
2550 : "การจัดการกับการขาดแคลนน้ำ" (Coping with Water Scarcity)
ปี 2551
: "ปีสากลแห่งการสุขาภิบาลในด้านสุขอนามัย" (Inter national year of Sanitation)
ปี 2552
: "แบ่งปันน้ำ-แบ่งปันโอกาส" (Shared Water - Shared Opportunities)
ปี
2553 : "คุณภาพน้ำ...คุณภาพชีวิต" (Clean Water for a Healthy World)
สำหรับ วันน้ำโลกในวันที่ 22 มีนาคม 2554 นี้ ขอให้ทุกคนได้ใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาก ที่สุด เช่น การหมุนเวียนน้ำมาใช้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในบ้านเรือนและชุมชนให้ดียิ่งขึ้น ฯลฯ ถ้าหากทำได้เช่นนี้ก็จะมีน้ำใช้ได้อีกยาวนาน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกชีวิตบนโลกนี้ด้วย
ที่มา
:
http://www.vcharkarn.com/varticle/38455
http://www.naxsolution.com/news_detail.php?id=1058
http://www.oknation.net/blog/mindhand/2010/03/26/entry-1
หน่วยงาน :
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำ